dear's profiledear's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

dear - -

No list items have been added yet.
No list items have been added yet.
January 30

กาญจนบุรีรำลึก

วันนี้ได้นั่งรถสามล้อแบบที่ด้านข้างใช้ขนของด้วย ด้วยนำหนักรวมกัน 3 คนทำให้น่ากลัวว่ามันจะพังเป็นที่ยิ่ง
แต่น่าประหลาดใจที่มันยังอยู่และสามารถพาเราขึ้นเขาไปไหนต่อไหนได้
จากนั้นได้เดินทางไปด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งอาจเป็นเพราะเราคาดหวังมากเกินไปเลยรู้สึกว่ามันเล็กกว่าที่คิด
หากสิ่งที่ประทับใจกับอำเภอชายแดนแห่งนี้คือคุณตำรวจ ...
งงกันใช่ไหมล่าว่าตำรวจจะมีอะไรน่าประทับใจ แต่กับตำรวจที่นั่น ด่านเจดีย์สามองค์ มีความเป็นมิตรสูงมาก
และเพราะมีสัมภาระติดตัวกันทุกคน แถมต้องเดินพอเจอหน่วยบริการประชาชนปุ๊บ พวกเรา มนุษย์ผู้ไร้ความเกรงใจที่เป็นคุณสมบัติผู้ดี เลยขออนุญาตฝากของ
เท่านั้นยังไม่พอ แบตกล้องจะหมดก็ขอชาร์ตแบตด้วยจากนั้นก็ขอผึ่งรองเท้าอาบน้ำไว้ ซึ่งคุณชายตี้กะไปวางหน้าบ้านเขาเลย แต่คุณพี่คิดได้เลยไปฝากไว้ข้างหลัง
จากนั้นพอเดินเสร็จกลับมาก็ขอชารต์มือถือ นั่งรอรถ ดูทีวี คุณตำรวจก็แสนดีเปิดพัดลมให้ ส่งรีโมทให้แถมบอกให้เปิดเลือกช่องตามสบาย
คาดว่าตอนนั้นเขาคงยังตั้งตัวไม่ติดว่าทำไมไอ้พวกนี้มันช่าง (เอ่อ หยาบนิดนึง) หน้าด้านอะไรอย่างนี้
ซึ่งพวกเราก็ยังไม่สำนึกหรอกอาจเกรงใจบ้างแต่ยังคงขอต่อไป ขอตากผ้าเช็ดตัวด้วย จากนั้นก็รอถึงเวลาขึ้นรถกลับเมืองกาญจน์
 
คุณตำรวจที่แสนดีที่อำเภอนี้ก็แก้ภาพลักษณ์เดิมๆของตำรวจและทำให้เรารู้สึกดีกับตำรวจเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ขอบคุณนะคะ
 
สุดท้ายงานที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว อาจบรรยายลำบากแต่ก็เป็นงานที่ทำให้พวกเราตกรถกลับ กทม. และต้องหาที่ซุกหัวนอนแถวเมืองกาญจน์อีกวัน
งานนี้ก็ทำให้รู้ว่าบรรพบุรุษของเราลำบากแค่ไหนถึงทำให้ชาติไทยและชาวไทยคงอยู่ เพราะจากที่ดูผู้เสียชีวิตจากการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควนั้น ไม่มีเชลยชาวไทยรวมอยู่ด้วยเลย
และการหาที่นอนก็ตื่นเต้นอีกตามเคยเพราะเต็มกันหมด แต่พระเจ้าแสนดีทำให้มีคนแคนเซิลห้องพัก 1 ห้องให้พวกเราได้มีที่พักพิง
ซึ่งห้องพักน่ารักมากแถมราคาถูกอย่างเหลือเชื่อเพียง 300 บาทเท่านั้นIMG_0033IMG_0101IMG_0112IMG_0121IMG_0236IMG_0263P1000752
 
จบทริปนี้ด้วยความตื่นเต้นแต่ก็ประทับใจจริงๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ คราวหน้าพวกเราจะไม่ตกรถแล้วจ้า
 
December 17

หัวข้อการพูดคุย ตะลอนทัวร์

 

ข้อความ

ตะลอนทัวร์
อาจเป็นความใจง่ายของตัวเอง ที่พอใครชวนเที่ยวปุ๊บ จะตอบตกลงภายใน 1 วัน
และกับทริปนี้ ที่ จ.กาญจนบุรี ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะไปและไม่เคยรู้ข้อมูลใดๆเลย
(ย้ำ ไม่เคยรู้ข้อมูลใดๆเลย) จากที่พี่สาวสุดสวยชวน เราก็รับปากโดยง่ายดาย
ถึงแม้ว่าจะมีเพียง 3 คนก็ตาม แต่พอก่อนไป 1 วัน ก็รู้ว่าได้มีสมาชิกร่วมทางเพิ่ม 1 คน
รวมเป็น 4 ชีวิตด้วยกัน อันได้แก่ พี่สาวยุ้ย พี่พัช ตีตี้ และข้าพเจ้าเอง
ตอนที่ถามถึงแผนการเดินทางนั้นก็รู้แต่ว่าทำเหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อน
รถมาเมื่อไหร่ก็ขึ้น เพราะเราไม่เร่งรีบแต่จะดูวิถีชีวิตชาวบ้านเรื่อยๆ สบายๆ ค่ำไหนนอนนั่น
ทั้งๆ ที่มีเบอร์ที่พักต่างๆ ในมือ แต่ขอโทษ พวกเราหยิ่ง จะไปเลือกดูก่อน
และต่อจากนี้ จะเป็นการรำลึกถึงการเดินทางของพวกเรากับกาญจนบุรี พร้อมเงิน 1,600 บาท
 
 
7 ธ.ค. 2007 นอนหอพี่พัช หลังเดิน เจเจ มอลล์ หมดค่าชอปปิ้งไปพันนึงทั้งที่ยังไม่เริ่มเดินทาง
8 ธ.ค. 2007 วันแรกของการเดินทางนัดตีตี้ 7.00 น. ที่สถานีบางกอกน้อย แต่พวกเราออกหอพี่พัช 6.50 น.
ตามประสา ข้าราชบริพารต้องมารอรับก่อน เดินทางโดยรถไฟที่ราคาแสนถูก 25 บาท ถึงสถานีกาญจนบุรี
ซึ่งก็อาจสมราคาคือ ใช้เวลาจาก กทม. ถึง กาญฯ 8.25-11.30 น. ช่างเป็นไปได้
หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นพิพิธภัณฑ์ (ที่ดูเหมาะสมกับวัยเรา ?)
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และการสร้างแม่น้ำแคว ทำให้รู้สึกเศร้าใจ ความโหดร้ายของคน และสงคราม
ไปเดินบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว และชมสุสานดอกรักที่ฝังศพทหารจากเหตุการณ์ช่วงสงคราม
แล้วเวลา ประมาณ15.30 น. ก็เดินทางต่อไปยัง อ. สังขละบุรี
การเดินทางไปสังขละฯ ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา เป็นการนั่งรถที่ทำให้เหนื่อยไม่ใช่น้อย เพราะเราเมารถอย่างสนุกสนาน
ถึงตอนเกือบ 2 ทุ่ม และด้วยอานิสงค์ที่ยายยุ้ยไปตีซี้กะพี่คนขับรถ ทำให้เรามีที่นอน
เหตุเกิดจากความสะเพร่าของพวกเราที่คิดว่าคงไม่ค่อยมีคนมา เลยไม่ได้จองที่พัก แต่ในความเป็นจริงแล้วคนเยอะมาก
ทำให้ที่พักเต็มหมด แม้กระทั่งเต๊นท์ !!! แต่ในที่สุดพี่คนขับก็หาคนที่ทำให้พวกเราได้ที่นอน ถึงแม้จะเป็นเต๊นท์ หากก็ย่อมดีกว่าไม่มีที่นอนเป็นไหนๆ
(เนื้อที่โฆษณา) ขอแนะนำ "ต้องตะวัน รีสอร์ท" เป็นรีสอร์ทที่เจ้าของใจดีมากๆ ขับรถไปรับพวกเราที่ขนส่งด้วย แถมแวะให้ซื้อของกินกันตายอีก
เนื่องจากในรีสอร์ทไม่มีแม่ครัว และบรรยากาศในนั้นก็เป็นที่ประทับใจของพวกเรา ไม่หนาว แต่มีหมอกในตอนเช้า
แต่อาจด้วยนอนเต๊นท์ จึงรู้ว่าน้ำค้างแรงมากๆ จนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฝนตก ทำให้นอนไม่หลับด้วยความระแวง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคืนที่ประทับใจ ถึงแม้จะต้องใจหายใจคว่ำกับการหาที่นอนก็ตาม
 
 
จิดตามตอนต่อไปกับ วันที่ 9 ธ.ค. กับสะพานมอญ หมอกจางๆ และ ควันไฟ
 
 
9 ธ.ค. 2007 ตื่นมาตอนเช้า ไม่สิ เรียกว่าหลับๆตื่นๆ จะถูกกว่า เพราะน้ำค้างแรงมากจนนึกว่าฝนตกถ่ายรูปกันทั้งเต๊นท์ที่นอน กับบ้านที่กะว่าถ้าคราวหน้ามาจะมานอนแบบนี้
(เราจะไม่สะเพร่า มั่วนิ่มแล้วค้าบ) จากนั้นก็เดินไปสะพานมอญ ถูกล่ะ ใช้คำว่าเดินนะจากต้องตะวันรีสอร์ทไปนิดเดียว แต่ถ้าจากที่อื่นคงต้องเช่าจักรยานไม่งั้นคงเดินรากเลือดเลยทีเดียว
กับสะพานและคนมอญที่แสนประทับใจมากมาย เพราะพวกเราเป็นลูกอีช่างขอ เหตุเกิดจากแบตกล้องจะหมดและเมื่อคืนนอนเต๊นท์หาที่ชาร์ตไม่ได้ เลยหน้าไม่อายไปขอเขาชาร์ตแบตกล้อง หลังจากนั้นคุณพี่ยุ้ยท่านยังไม่หนำใจเลยขอชาร์ตแบตมือถือด้วยซึ่งกะว่าคิดค่าชาร์ตก็เอาแล้วเลยสั่งอาหารเช้าง่ายๆ ซึ่งคนอื่นก็เป็นน้ำๆ โอวัลติน กาแฟ
หากสำหรับข้าพเจ้าแล้วต้องเป็นอะไรที่มากกว่านั้นจึงสั่งมาม่ามาโซ้ย
และในวันนี้เองเราก็ได้กินเค้กจาโรงแรมโอเรียลเต็ล ซึ่งพี่พัชอุตส่าห์เก็บไว้กว่า 1 เดือน ขอบอกว่าอร่อยสมเป็นเค้กโรงแรมเลยเชียว หลังจากกินเสร็จเราก็จ่ายตังค์ เชื่อไหมกับโอวัลติน+กาแฟ 3 แก้ว+มาม่า 1 ชาม ในราคาเพียง 50 บาท แถมพอบอกให้คิดค่าชารต์ด้วย คุณพี่เขาก็บอกไม่เป็นไร ให้ ไม่คิดตังค์หรอก นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ประทับใจร้านนี้เหลือพรรณนา เป็นร้านอาหารตามสั่งร้านแรกก่อนถึงสะพานมอญ พอพร้อม คนพร้อม กล้องพร้อม เราก็พร้อมออกเดินทางในทันที โดยเดินไปบนสะพานมอญพร้อมกับการถ่ายรูปซึ่งทำให้เราได้เห็นต้นกำเนิดของหมอก คือในช่วงเช้ามีหมอดจริง แต่พอสายหน่อยหมอกก็เริ่มจาง คงมีคนหวังดีเห็นหมอกจางนักท่องเที่ยวจะไม่ได้บรรยากาศช่วยจุดไฟ ให้ควันช่วยมาเพิ่มหมอก ก็ช่างคิดกันดี ใครสนใจดูรูปได้ ที่ยายยุ้ยชี้มือไปนั่นแหละ สาเหตุการเกิดหมอกIMG_9917IMG_9923     IMG_9957IMG_9960 พี่พัชและเค้กจากโอเรียลเต็ล
    สาเหตุการกำเนิดหมอกในยามสาย IMG_9961
IMG_9938สะพานมอญ เป็นไม้ทั้งหมด เหลือเชื่อมากๆ แต่เวลาเดินจะน่าสยองเล็กน้อยเพราะมันเกือบพังแล้วมั้งเลยมีไม้กระดานหลุดหายไป
 
December 11

ตะลอนทัวร์

อาจเป็นความใจง่ายของตัวเอง ที่พอใครชวนเที่ยวปุ๊บ จะตอบตกลงภายใน 1 วัน
และกับทริปนี้ ที่ จ.กาญจนบุรี ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะไปและไม่เคยรู้ข้อมูลใดๆเลย
(ย้ำ ไม่เคยรู้ข้อมูลใดๆเลย) จากที่พี่สาวสุดสวยชวน เราก็รับปากโดยง่ายดาย
ถึงแม้ว่าจะมีเพียง 3 คนก็ตาม แต่พอก่อนไป 1 วัน ก็รู้ว่าได้มีสมาชิกร่วมทางเพิ่ม 1 คน
รวมเป็น 4 ชีวิตด้วยกัน อันได้แก่ พี่สาวยุ้ย พี่พัช ตีตี้ และข้าพเจ้าเอง
ตอนที่ถามถึงแผนการเดินทางนั้นก็รู้แต่ว่าทำเหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อน
รถมาเมื่อไหร่ก็ขึ้น เพราะเราไม่เร่งรีบแต่จะดูวิถีชีวิตชาวบ้านเรื่อยๆ สบายๆ ค่ำไหนนอนนั่น
ทั้งๆ ที่มีเบอร์ที่พักต่างๆ ในมือ แต่ขอโทษ พวกเราหยิ่ง จะไปเลือกดูก่อน
และต่อจากนี้ จะเป็นการรำลึกถึงการเดินทางของพวกเรากับกาญจนบุรี พร้อมเงิน 1,600 บาท
 
 
7 ธ.ค. 2007 นอนหอพี่พัช หลังเดิน เจเจ มอลล์ หมดค่าชอปปิ้งไปพันนึงทั้งที่ยังไม่เริ่มเดินทาง
8 ธ.ค. 2007 วันแรกของการเดินทางนัดตีตี้ 7.00 น. ที่สถานีบางกอกน้อย แต่พวกเราออกหอพี่พัช 6.50 น.
ตามประสา ข้าราชบริพารต้องมารอรับก่อน เดินทางโดยรถไฟที่ราคาแสนถูก 25 บาท ถึงสถานีกาญจนบุรี
ซึ่งก็อาจสมราคาคือ ใช้เวลาจาก กทม. ถึง กาญฯ 8.25-11.30 น. ช่างเป็นไปได้
หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นพิพิธภัณฑ์ (ที่ดูเหมาะสมกับวัยเรา ?)
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และการสร้างแม่น้ำแคว ทำให้รู้สึกเศร้าใจ ความโหดร้ายของคน และสงคราม
ไปเดินบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว และชมสุสานดอกรักที่ฝังศพทหารจากเหตุการณ์ช่วงสงคราม
แล้วเวลา ประมาณ15.30 น. ก็เดินทางต่อไปยัง อ. สังขละบุรี
การเดินทางไปสังขละฯ ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขา เป็นการนั่งรถที่ทำให้เหนื่อยไม่ใช่น้อย เพราะเราเมารถอย่างสนุกสนาน
ถึงตอนเกือบ 2 ทุ่ม และด้วยอานิสงค์ที่ยายยุ้ยไปตีซี้กะพี่คนขับรถ ทำให้เรามีที่นอน
เหตุเกิดจากความสะเพร่าของพวกเราที่คิดว่าคงไม่ค่อยมีคนมา เลยไม่ได้จองที่พัก แต่ในความเป็นจริงแล้วคนเยอะมาก
ทำให้ที่พักเต็มหมด แม้กระทั่งเต๊นท์ !!! แต่ในที่สุดพี่คนขับก็หาคนที่ทำให้พวกเราได้ที่นอน ถึงแม้จะเป็นเต๊นท์ หากก็ย่อมดีกว่าไม่มีที่นอนเป็นไหนๆ
(เนื้อที่โฆษณา) ขอแนะนำ "ต้องตะวัน รีสอร์ท" เป็นรีสอร์ทที่เจ้าของใจดีมากๆ ขับรถไปรับพวกเราที่ขนส่งด้วย แถมแวะให้ซื้อของกินกันตายอีก
เนื่องจากในรีสอร์ทไม่มีแม่ครัว และบรรยากาศในนั้นก็เป็นที่ประทับใจของพวกเรา ไม่หนาว แต่มีหมอกในตอนเช้า
แต่อาจด้วยนอนเต๊นท์ จึงรู้ว่าน้ำค้างแรงมากๆ จนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฝนตก ทำให้นอนไม่หลับด้วยความระแวง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคืนที่ประทับใจ ถึงแม้จะต้องใจหายใจคว่ำกับการหาที่นอนก็ตาม
 
 
จิดตามตอนต่อไปกับ วันที่ 9 ธ.ค. กับสะพานมอญ หมอกจางๆ และ ควันไฟ
 
 
August 28

คนว่างงาน

              ตอนนี้เป็นคนว่างงาน (แต่ยังไม่ตกงานนา) เลิกงาน 16.30 เป๊ะ ไม่มีอยู่ต่อ จากนั้น ก้อ นอน
ทำไมชีวิตช่างสุขสบายขนาดนี้ ฟังดูเหมือนดี แต่จริงๆแล้วไร้สาระยังไงพิกล อยากให้ชีวิตมีคุณค่ามากกว่านี้
ที่จริงอยากไปออกหน่วย พอสว. ชะมัด แต่เคยสมัครเขาบอกไม่รับ เฮ้อ ช่างใจร้ายใจดำกะเราซะจริง
              การย้ายมาโรงพยาบาลใหม่นี้ ทำให้รู้สึกว่าชีวิตในฝ่ายที่แสนดีมันเป็นยังงี้นี่เอง แต่ (ยังคงมีแต่อยู่ดี)
งานบริหารก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยแม้แต่น้อย ลองคิดภาพตามนะ คนที่เด็กที่สุดอย่างเราต้องไปเถียง ทะเลาะ
แย่งชิง  ตบตี (อันหลังนี่เวอร์ไปนิด แบบว่าพิมพ์มันส์) คือเข้าใจว่าจริงๆก็ไม่เด็กเท่าไหร่ แต่อ่ะนะ ก็เด็กที่สุดอยู่ดี
ซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับตัวเราแม้แต่น้อย สงสัยจังว่าคนอย่างเราที่บริหารชีวิตตัวเองยังไม่ค่อยจะรอด
ให้ไปบริหารอย่างอื่นแบบนี้ จะพากันลงเหวหรือเปล่าน้อ
December 04

ไปเที่ยวกันเถอะ

ช่วงเดือนธันวานี้ ช่างมีวันหยุดเยอะจริงๆ แต่ว่ามันดีออกเนอะ สำหรับคนเตรียมสอบก็จะได้มีเวลาอ่านหนังสือ สำหรับคนทำงานแล้ว ก็จะได้มีเวลานอน - - มันช่างบ่งบอกมากเลย ว่าเราเป็นคนที่ใช้เวลาไปกะอะไรมากที่สุด จริงๆ เพราะไม่ได้นอนต่างหาก เมื่อวานอ่านหนังสือจนตี 5 เลยไม่นอน ไม่งั้นเดี๋ยวยาว
วันที่ 9-11 ธันวานี้ มีใครไปภูกระดึงบ้าง อาจได้เจอกันบนยอดดอย ^^ ไว้กลับมาจะมาเล่าให้ฟังว่าเหนื่อยและสนุก สวยงามขนาดไหนน้า
 
Photo 1 of 17